คุมต้นทุนผ้าไหมอิตาลีก่อนเริ่มผลิตจริง
ต้นทุนผ้าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของราคาสินค้า ถ้าวางจำนวนหลา เผื่อเศษผ้า และต้นทุนผลิตตั้งแต่แรก จะช่วยตั้งราคาขายได้แม่นขึ้นและลดความเสี่ยงก่อนทำแบรนด์จริง
สรุปก่อนตัดสินใจ
- คิดจากราคาผ้าต่อหลา จำนวนหลาที่ใช้จริง และเศษผ้าที่ต้องเผื่อ
- รวมค่าพิมพ์ ค่าตัดเย็บ ค่าแพ็ก และค่าเผื่อเสียก่อนตั้งราคาขาย
- เริ่มจากตัวอย่างจริงก่อนเปิดล็อตใหญ่ เพื่อดูสี ลาย และฟิตติ้ง
ขั้นตอนที่ควรเช็กก่อนสั่งงาน
เริ่มจากราคาผ้าต่อหลา
ดูราคาผ้าตามจำนวนที่ต้องการ แล้วแยกให้ชัดว่าซื้อผ้าอย่างเดียวหรือให้ผลิตต่อทั้งชิ้น
คำนวณผ้าต่อชิ้น
นำแบบสินค้า ไซซ์ และแนววางลายมาประเมินจำนวนหลาที่ใช้จริง รวมเผื่อเศษผ้า
รวมค่าพิมพ์และตัดเย็บ
ต้นทุนต่อชิ้นต้องรวมค่าพิมพ์ ค่าตัดเย็บ แพ็ก และค่า QC ไม่ใช่ดูแค่ราคาผ้า
เทียบกับราคาขาย
เมื่อเห็นต้นทุนรวมแล้วจึงตั้งราคาขาย เป้ากำไร และจำนวนขั้นต่ำที่คุ้มกับการผลิต
รายการต้นทุนที่ควรเช็กก่อนสั่งผลิต
| หัวข้อ | สิ่งที่ต้องพิจารณา |
|---|---|
| ผ้าต่อหลา | ฐานต้นทุนหลักของงานพิมพ์ผ้าและงานตัดเย็บ |
| เศษผ้าและการวางแพตเทิร์น | มีผลมากกับเสื้อฮาวาย ชุดนอน และกางเกงลาย |
| ค่าพิมพ์และค่าสี | ขึ้นกับพื้นที่พิมพ์ ลาย และจำนวนผลิต |
| ค่าตัดเย็บและแพ็กงาน | เป็นต้นทุนที่ต้องรวมก่อนตั้งราคาขายจริง |
ต้องการประเมินผ้าหรือจำนวนผลิต?
ส่งแบบสินค้า จำนวนที่ต้องการ และแนวลายเบื้องต้นให้ทีมงานช่วยดูสเปกก่อนเริ่มงานจริงได้
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมราคาต่อหลาอย่างเดียวไม่พอ
เพราะต้นทุนสินค้าจริงยังมีเศษผ้า ค่าพิมพ์ ค่าตัดเย็บ ค่าแพ็ก และจำนวนผลิตขั้นต่ำ
ควรให้ทีมงานช่วยประเมินเมื่อไร
เมื่อมีแบบสินค้า จำนวนผลิต และลายเบื้องต้นแล้ว ทีมงานจะช่วยประเมินจำนวนผ้าและแนวทางผลิตได้ชัดขึ้น
บทความนี้ใช้กับเสื้อฮาวายได้ไหม
ใช้ได้ โดยเฉพาะงานเสื้อฮาวายพิมพ์ลายที่ต้องวางแพตเทิร์นและคุมต้นทุนต่อไซซ์
